
ซื้อบ้านในไทยจากต่างประเทศ ทำยังไงได้บ้างโดยไม่ต้องบินกลับ
"อยากมีบ้านที่ไทยจัง แต่ตั๋วเครื่องบินไปกลับก็แพง ลาก็ไม่ค่อยได้ จะซื้อได้จริงเหรอ"
ถ้าเคยคิดประโยคนี้อยู่ในใจ เรื่องราวต่อไปนี้อาจทำให้คุณเปลี่ยนความคิด เพราะนี่คือเส้นทางจริงของคนไทยคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ยุโรป ตั้งใจซื้อบ้านหลังหนึ่งที่ไทยให้พ่อแม่อยู่ และสุดท้ายก็ทำสำเร็จ โดยไม่ต้องบินกลับมาสักครั้งเดียว จนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์
จุดเริ่มต้น: อยากมีบ้าน แต่ตัวอยู่คนละทวีป
ทุกอย่างเริ่มจากไอเดียธรรมดาๆ คือ "อยากซื้อบ้านให้ครอบครัว" แต่ปัญหาคือ ตัวเองอยู่ทำงานที่ยุโรป ลาแต่ละครั้งก็ยาก จะบินกลับมาดูบ้าน เซ็นเอกสาร วิ่งธนาคาร คงต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคนที่ต้องทำงานประจำอยู่ต่างแดน
จุดเปลี่ยนคือการได้รู้ว่า จริงๆ แล้วกระบวนการซื้อบ้านทั้งหมด ตั้งแต่ยื่นกู้ ตรวจบ้าน ไปจนถึงวันโอน สามารถทำได้จากระยะไกลแทบทั้งหมด สิ่งที่ต้องมีคือการเตรียมตัวให้ดี และมีทีมงานที่ไว้ใจได้คอยประสานงานแทนในทุกขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมเอกสารรายได้ ทั้งของตัวเองและคู่สมรส
งานหนักที่สุดของเรื่องนี้ไม่ใช่การเดินทาง แต่คือการเตรียมเอกสาร เพราะการยื่นกู้จากต่างประเทศ ธนาคารต้องการความชัดเจนเรื่องรายได้มากเป็นพิเศษ
สิ่งที่ต้องรวบรวมมีทั้งสลิปเงินเดือนของตัวเองย้อนหลังหลายเดือน หนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้าง รายการเดินบัญชี และเนื่องจากมีคู่สมรสที่ทำงานอยู่ในประเทศเดียวกัน ก็รวบรวมเอกสารรายได้ของคู่สมรสไปด้วย เพื่อให้ธนาคารเห็นภาพรายได้รวมของครอบครัวอย่างครบถ้วน ทุกไฟล์ถูกสแกน ส่งผ่านอีเมลและแอปแชท ไม่ต้องพิมพ์กระดาษสักแผ่น ไม่ต้องส่งไปรษณีย์ข้ามประเทศให้เสียเวลา
ช่วงนี้อาจดูน่าเบื่อที่สุด แต่เป็นด่านที่สำคัญที่สุด เพราะยิ่งเอกสารครบและตรงกันมากเท่าไร กระบวนการหลังจากนี้ก็ยิ่งลื่นไหลมากขึ้นเท่านั้น
ขั้นตอนที่ 2: ลุ้นผลไฟแนนซ์ อยู่ไกลแค่ไหนก็ลุ้นได้

หลังยื่นเอกสารครบ ก็เข้าสู่ช่วงรอผลที่ใครๆ ก็รู้สึกเหมือนกันคือ "ลุ้น" แม้จะอยู่ห่างจากไทยหลายพันกิโลเมตร แต่การอัปเดตความคืบหน้าก็ยังทำได้ผ่านโทรศัพท์และแชทตลอดเวลา ไม่ต้องเดาสุ่มว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว
และในที่สุด ข่าวดีก็มาถึง "ผ่านไฟแนนซ์" สองคำนี้ทำให้ความรู้สึกเหนื่อยจากการเตรียมเอกสารทั้งหมดหายไปในทันที และพิสูจน์ว่าการอยู่ต่างประเทศไม่ใช่อุปสรรคของการมีรายได้ที่น่าเชื่อถือในสายตาธนาคารไทย ถ้าเอกสารพร้อมและรายได้ถึงเกณฑ์จริง
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจบ้านผ่านวิดีโอคอล เหมือนไปยืนดูเอง
ขั้นตอนที่หลายคนกังวลที่สุดคือ "แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าบ้านสภาพดีจริง ในเมื่อไม่ได้ไปดูเอง" คำตอบคือทีมงานตรวจบ้านนัดวิดีโอคอลให้ดูทุกซอกทุกมุมแบบเรียลไทม์ พาเดินสำรวจตั้งแต่หน้าบ้าน เข้าไปในตัวบ้าน ขึ้นไปชั้นบน จนถึงจุดที่มักมีปัญหาอย่างรอยร้าว ระบบไฟ ระบบน้ำ
ระหว่างวิดีโอคอล สามารถขอให้ซูมดูจุดที่สงสัยได้ทันที ถามคำถามสดๆ ได้เหมือนไปยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ต่างกันแค่ว่าอีกฝ่ายอยู่ในบ้าน ส่วนเราอยู่หน้าจอในอีกซีกโลก ความรู้สึกตอนนั้นคือ "ระยะทางไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป" เพราะเทคโนโลยีง่ายๆ แค่แอปวิดีโอคอลก็ทำให้มั่นใจในบ้านที่กำลังจะเป็นของตัวเองได้แล้ว
ขั้นตอนที่ 4: วันโอนบ้าน มอบอำนาจ และเซ็นเอกสารออนไลน์

มาถึงวันสำคัญที่สุด คือวันโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดิน ซึ่งปกติต้องมีผู้ซื้อไปแสดงตัวด้วยตัวเอง แต่เมื่ออยู่ต่างประเทศ วิธีแก้คือการทำ "หนังสือมอบอำนาจ" ให้ผู้รับมอบอำนาจที่ไว้ใจได้ไปดำเนินการแทนที่กรมที่ดิน
เอกสารมอบอำนาจและเอกสารประกอบอื่นๆ ถูกจัดเตรียม เซ็น และรับรองผ่านช่องทางออนไลน์ ประสานกับสถานทูตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศที่อยู่ เพื่อให้เอกสารมีผลทางกฎหมายใช้ได้จริงในไทย จากนั้นก็ส่งเอกสารตัวจริงกลับมาให้ทีมงานที่ไทยดำเนินการในวันโอนแทน
วันที่โอนเสร็จ ข้อความแจ้งผลส่งมาถึงมือถือ พร้อมรูปโฉนดที่เปลี่ยนชื่อเจ้าของเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยที่เจ้าของบ้านตัวจริงยังนั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศในต่างประเทศ ไม่ต้องลางาน ไม่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินสักใบ
สรุป: ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป
จากเรื่องราวนี้จะเห็นว่า การซื้อบ้านในไทยจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน ทุกขั้นตอนสามารถทำได้จากระยะไกลจริง ไม่ว่าจะเป็นการยื่นเอกสารรายได้ของตัวเองและคู่สมรส การลุ้นผลไฟแนนซ์ การตรวจบ้านผ่านวิดีโอคอล ไปจนถึงการมอบอำนาจและเซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์แบบออนไลน์
สิ่งเดียวที่ต้องมีคือทีมงานที่เข้าใจกระบวนการและพร้อมดูแลแทนทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด เพราะระยะทางไกลแค่ไหน ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้ความฝันเรื่องบ้านในไทยต้องรอ
หากกำลังวางแผนซื้อบ้านในไทยจากต่างประเทศ และไม่อยากบินกลับมาวุ่นวายทุกขั้นตอน ทีมงาน AK Thai Property พร้อมดูแลตั้งแต่ยื่นกู้ ตรวจบ้าน ไปจนถึงวันโอน ให้คำปรึกษาฟรีทุกขั้นตอน